
12
Feb
จีน
6 สถานที่ห้ามพลาด!!
หากคุณกำลังมองหาปลายทางที่แตกต่างจากเมืองจีนแบบเดิม ๆ ”ฉงชิ่ง“อาจเป็นคำตอบที่น่าสนใจ เมืองภูเขาที่เต็มไปด้วยมิติของแสง สี และสถาปัตยกรรมสุดตื่นตา พร้อมธรรมชาติระดับโลกที่รอให้ไปสัมผัสด้วยตัวเองสักครั้ง เราแนะนำแลนมาร์คที่น่าสนใจไว้ 6 สถานที่
1. หงหยาต้ง (Hongyadong) แลนด์มาร์กสุดไอคอนิกแห่งฉงชิ่ง
ถ้าพูดถึงเมืองฉงชิ่ง ประเทศจีน ภาพแรกที่หลายคนนึกถึงคงหนีไม่พ้น “หงหยาต้ง” อาคารสไตล์โบราณที่ตั้งตระหง่านอยู่ริมแม่น้ำเจียหลิง โดดเด่นด้วยโครงสร้างหลายชั้นที่สร้างไล่ระดับตามหน้าผา จนดูคล้ายฉากในภาพยนตร์แฟนตาซี หรือเมืองในอนิเมะชื่อดังหงหยาต้งเป็นอาคารที่ผสมผสานสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิมของจีนเข้ากับความทันสมัยได้อย่างลงตัว ตัวอาคารมีความสูงประมาณ 11 ชั้น แต่ความพิเศษคือด้านหนึ่งเหมือนอยู่ชั้นล่าง ทว่าอีกด้านกลับกลายเป็นชั้นบน เนื่องจากภูมิประเทศของฉงชิ่งเป็นเมืองภูเขา ทำให้การออกแบบอาคารมีมิติที่ไม่เหมือนเมืองอื่นภายในหงหยาต้งเต็มไปด้วยร้านอาหาร ร้านของฝาก คาเฟ่ และจุดถ่ายรูปมากมาย นักท่องเที่ยวสามารถเดินเล่น ชิมอาหารท้องถิ่น และเลือกซื้อของที่ระลึกได้ในที่เดียว เรียกได้ว่าเป็นทั้งแหล่งท่องเที่ยวและแหล่งรวมวัฒนธรรมของเมืองช่วงเวลาที่สวยที่สุดของหงหยาต้งคือช่วงค่ำ เมื่อไฟสีทองนับพันดวงถูกเปิดพร้อมกัน แสงไฟสะท้อนกับแม่น้ำด้านล่าง สร้างบรรยากาศโรแมนติกและน่าประทับใจ จนหลายคนยกให้ที่นี่เป็นหนึ่งในจุดชมวิวกลางคืนที่สวยที่สุดของฉงชิ่งจึงไม่ใช่เพียงสถานที่ท่องเที่ยวธรรมดา แต่เป็นสัญลักษณ์ของเมืองที่สะท้อนทั้งประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต และความมีเอกลักษณ์ของฉงชิ่งได้อย่างชัดเจน ใครที่มีโอกาสไปเยือนเมืองนี้ แทบไม่มีใครพลาดที่จะมาเดินชมความงดงามของที่นี่ด้วยตัวเอง

2. รถไฟทะลุตึก สถานีหลีจื่อป้า (Liziba Station)
หนึ่งในภาพจำของเมืองฉงชิ่งที่สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับนักท่องเที่ยวทั่วโลก คือ “รถไฟทะลุตึก” ที่สถานีหลีจื่อป้า (Liziba Station) รถไฟฟ้ารางเบาสาย 2 ของเมืองที่วิ่งผ่านตัวอาคารที่พักอาศัยโดยตรง กลายเป็นภาพที่ทั้งแปลกและน่าทึ่งในเวลาเดียวกัน หลายคนอาจเข้าใจว่ารถไฟพุ่งทะลุอาคารแบบไม่มีฉนวนกั้น แต่ในความเป็นจริง สถานีถูกออกแบบให้ผสานรวมอยู่ภายในโครงสร้างอาคารอย่างปลอดภัย โดยชั้นที่ 6–8 ของอาคารถูกจัดสรรให้เป็นพื้นที่สถานีรถไฟ พร้อมระบบป้องกันเสียงและแรงสั่นสะเทือนอย่างดี เพื่อไม่รบกวนผู้อยู่อาศัย ความพิเศษนี้เกิดจากภูมิประเทศของฉงชิ่งที่เป็นเมืองภูเขา พื้นที่ราบมีจำกัด การออกแบบระบบขนส่งจึงต้องปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมอย่างสร้างสรรค์ จนกลายเป็นสถาปัตยกรรมเชิงวิศวกรรมที่โดดเด่นและไม่เหมือนใคร ปัจจุบัน สถานีหลีจื่อป้าไม่ได้เป็นเพียงจุดขึ้น-ลงรถไฟ แต่กลายเป็นแลนด์มาร์กยอดนิยม นักท่องเที่ยวมักมารอจังหวะถ่ายภาพช่วงที่รถไฟกำลังแล่นผ่านตัวอาคาร โดยมีจุดชมวิวจัดไว้เฉพาะด้านล่างเพื่อความสะดวกและปลอดภัยรถไฟทะลุตึกแห่งนี้จึงสะท้อนให้เห็นถึงเอกลักษณ์ของฉงชิ่ง เมืองที่เต็มไปด้วยภูมิประเทศซับซ้อน แต่สามารถพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานได้อย่างชาญฉลาดและน่าประทับใจ

3. อุทยานหลุมฟ้า 3 สะพานสวรรค์ (Three Natural Bridges)มหัศจรรย์ธรรมชาติระดับโลกแห่งฉงชิ่ง
เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่และน่าตื่นตาตื่นใจที่สุดของจีน จุดเด่นของที่นี่คือสะพานหินธรรมชาติขนาดมหึมาทั้ง 3 แห่ง ที่เกิดจากการกัดเซาะของน้ำและลมเป็นเวลาหลายล้านปี จนกลายเป็นโครงสร้างหินโค้งขนาดใหญ่พาดเชื่อมหน้าผาสูงชัน แต่ละสะพานมีชื่อเรียกแตกต่างกัน และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว บริเวณด้านล่างเป็นหลุมยุบขนาดใหญ่หรือที่เรียกว่า “หลุมฟ้า” (Tiankeng) รายล้อมด้วยหน้าผาสูงตระหง่าน บรรยากาศภายในให้ความรู้สึกยิ่งใหญ่ อลังการ และเงียบสงบในเวลาเดียวกัน จนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติของยูเนสโก สถานที่แห่งนี้ยังเคยใช้เป็นฉากถ่ายทำภาพยนตร์ระดับนานาชาติ ทำให้ยิ่งมีชื่อเสียงและดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก เส้นทางเดินภายในถูกจัดทำไว้อย่างดี มีบันได ทางเดิน และจุดชมวิวที่ปลอดภัย ช่วยให้นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสความงามของธรรมชาติได้อย่างใกล้ชิด หลุมฟ้า 3 สะพานสวรรค์จึงไม่ใช่เพียงแค่สถานที่ท่องเที่ยว แต่เป็นบทพิสูจน์ถึงพลังของธรรมชาติที่สร้างสรรค์ภูมิประเทศอันน่าอัศจรรย์ หากได้มาเยือนฉงชิ่ง ที่นี่ถือเป็นอีกหนึ่งจุดหมายที่ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง

4. ฉงชิ่ง กั๋วไท้ อาร์ตเซ็นเตอร์ (Chongqing Guotai Arts Center)
“ตึกตะเกียบ” เป็นชื่อเล่นที่นักท่องเที่ยวชาวไทยใช้เรียกอาคารดีไซน์แปลกตาในเมืองฉงชิ่ง ประเทศจีน เนื่องจากลักษณะภายนอกของตัวอาคารมีรูปทรงสูงเรียวยาว คล้ายตะเกียบคู่หนึ่งตั้งตระหง่านอยู่กลางเมือง ฉงชิ่งเป็นมหานครขนาดใหญ่ที่ขึ้นชื่อเรื่องภูมิประเทศแบบภูเขาและแม่น้ำ ทำให้สถาปัตยกรรมหลายแห่งต้องออกแบบให้สอดรับกับพื้นที่จำกัดและระดับความสูงที่แตกต่างกัน ตึกตะเกียบจึงกลายเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของงานออกแบบที่ทั้งทันสมัยและโดนเด่น สะท้อนภาพลักษณ์เมืองใหญ่ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วเมื่อมองจากมุมไกล อาคารจะดูเรียบหรูและมีเส้นสายที่ชัดเจน โดยเฉพาะช่วงกลางคืนที่มีการเปิดไฟประดับ ยิ่งทำให้ตัวตึกดูสะดุดตาและกลายเป็นอีกหนึ่งจุดถ่ายภาพยอดนิยมของนักท่องเที่ยวนอกจากความโดดเด่นด้านรูปลักษณ์แล้ว บริเวณโดยรอบยังเป็นย่านธุรกิจและแหล่งไลฟ์สไตล์ มีทั้งร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า และจุดชมวิวเมือง ทำให้การมาเยือนที่นี่ไม่ได้มีเพียงแค่การถ่ายรูปกับอาคารเท่านั้น แต่ยังสามารถเดินเล่นและสัมผัสบรรยากาศเมืองฉงชิ่งได้อย่างเต็มที่ ตึกตะเกียบจึงเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของความทันสมัยและเอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมของฉงชิ่ง เมืองที่ผสมผสานธรรมชาติและความเจริญได้อย่างน่าสนใจ

5. กระเช้าข้ามแม่น้ำแยงซีเกียง(Yangtze River Cableway)ประสบการณ์ชมวิวมุมสูงแห่งเมืองฉงชิ่ง
หนึ่งในกิจกรรมที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนฉงชิ่ง คือการนั่งกระเช้าข้ามแม่น้ำแยงซีเกียง กระเช้าแห่งนี้เปิดให้บริการมายาวนาน และกลายเป็นทั้งระบบขนส่งสาธารณะและแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของเมือง ตัวกระเช้าจะลอยข้ามแม่น้ำแยงซีเกียง ซึ่งเป็นแม่น้ำสายสำคัญและยาวที่สุดของประเทศจีน ระหว่างทางผู้โดยสารสามารถชมวิวทิวทัศน์ของตึกสูงระฟ้า สะพานขนาดใหญ่ และเส้นขอบฟ้าของเมืองฉงชิ่งได้แบบพาโนรามา โดยเฉพาะช่วงเย็นหรือค่ำ บรรยากาศจะสวยงามเป็นพิเศษเมื่อแสงไฟในเมืองเริ่มเปิดพร้อมกัน ระยะทางการนั่งกระเช้าใช้เวลาไม่นาน แต่ให้ประสบการณ์ที่แตกต่างจากการชมวิวบนพื้นดินอย่างชัดเจน ความรู้สึกเหมือนได้ลอยอยู่เหนือสายน้ำ พร้อมมองเห็นความคึกคักของเมืองจากมุมสูง ถือเป็นอีกมุมหนึ่งที่ช่วยให้เข้าใจเสน่ห์ของฉงชิ่ง เมืองภูเขาที่เต็มไปด้วยมิติของระดับความสูง ปัจจุบันกระเช้าข้ามแม่น้ำแยงซีเกียงไม่ได้เป็นเพียงการเดินทางข้ามฝั่ง แต่ยังเป็นกิจกรรมยอดนิยมของนักท่องเที่ยวที่อยากสัมผัสบรรยากาศเมืองในมุมมองใหม่ ๆ หากมีโอกาสมาเยือนฉงชิ่ง การได้ลองขึ้นกระเช้าสักครั้งจะช่วยเติมเต็มประสบการณ์การเที่ยวเมืองนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

6. หมู่บ้านโบราณฉื่อชี่โข่ว (Ciqikou Ancient Town)
หมู่บ้านโบราณฉื่อชี่โข่ว เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่สะท้อนกลิ่นอายประวัติศาสตร์ของเมืองฉงชิ่งได้อย่างชัดเจน เดิมทีที่นี่เป็นเมืองท่าริมแม่น้ำเจียหลิงที่มีความสำคัญด้านการค้าขาย โดยเฉพาะเครื่องปั้นดินเผา ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ “ฉื่อชี่โข่ว” ที่มีความหมายเกี่ยวข้องกับเครื่องลายคราม ภายในหมู่บ้านยังคงรักษาสถาปัตยกรรมแบบจีนโบราณเอาไว้ได้อย่างดี ถนนหินทอดยาวเรียงรายไปด้วยบ้านไม้ ร้านค้าเก่าแก่ โรงน้ำชา และร้านอาหารพื้นเมือง บรรยากาศโดยรวมให้ความรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปในอดีต นักท่องเที่ยวสามารถเดินเล่นชิมของกินขึ้นชื่อของฉงชิ่ง เช่น เต้าหู้เหม็น ขนมพื้นเมือง และของว่างท้องถิ่นหลากหลายชนิด นอกจากนี้ยังมีของที่ระลึก งานหัตถกรรม และมุมถ่ายรูปสวย ๆ ให้เลือกเก็บภาพความประทับใจตลอดเส้นทาง แม้ปัจจุบันฉื่อชี่โข่วจะได้รับการพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว แต่เสน่ห์ของความดั้งเดิมยังคงอยู่ ทั้งในรูปแบบอาคาร วิถีชีวิต และบรรยากาศที่ผ่อนคลาย เหมาะสำหรับผู้ที่อยากสัมผัสอีกมุมหนึ่งของฉงชิ่งที่แตกต่างจากภาพเมืองใหญ่ทันสมัย หมู่บ้านโบราณแห่งนี้จึงเป็นจุดหมายที่ไม่ควรพลาด สำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสทั้งประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และความมีชีวิตชีวาของเมืองฉงชิ่งในที่เดียว

